" แคว้นโบราณ ด่านเจดีย์ นทีสามประสบ มรดกทุ่งใหญ่ ไทยกะเหรี่ยงรามัญ สารพันธรรมชาติ อภิวาทหลวงพ่ออุตตมะ เมืองสังขละชายแดน สุดแคว้นตะวันตก "
ทริปนี้เราจะไป สังขละบุรี เดินข้ามสะพานมอญ เยี่ยมชมและตักบาตรที่หมู่บ้านมอญ ไหว้เจดีย์พุทธคยา แวะไปด่านเจดีย์สามองค์ ข้ามไปฝั่งพม่า เที่ยวชม วัดเจดีย์ทอง วัดเสาร้อยต้น เขื่อน ตลาดพม่า
2 วัน 1 คืน เสาร์-อาทิตย์
ไปกันเลย!
เราเริ่มเดินทางออกจากกรุงเทพเวลาประมาณ 7.45 น. วันเสาร์ โดยซื้อตั๋วที่ท่ารถตู้ข้างๆเซนจูรี่ อนุเสาวรีย์ชัย ราคา 120 บาท รถออกทุก 15 นาที อันที่จริงต้องรอคนเต็มก่อนถึงค่อยออก เวลามีเลทบ้างนะคะ 5555 จริงๆแล้วในทริปนี้เราวางแผนว่าจะไปสังขละบุรีเลย จะไม่แวะเที่ยวในตัวเมืองกาญ เนื่องจากเวลามีค่อนข้างจำกัด จึงเลือกโดยสารโดยรถตู้ ถ้าอยากเที่ยวในตัวเมืองกาญก่อนหรือไม่แวะตัวเมืองกาญจะไปสังขละบุรีเลยซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องเวลา สามารถเลือกไปโดยรถไฟได้ค่ะ เป็นรถไฟฟรีค่ะ สถานนีธนบุรี อยู่แถวบางกอกน้อย ศิริราชค่ะ
ทางเลือก
1.แวะตัวเมืองกาญ แล้ว ค่อยไปสังขละบุรี....รถไฟฟรีขึ้นที่สถานนีธนบุรี
2.ไม่แวะตัวเมืองกาญ ไปสังขละบุรีเลย....รถไฟฟรีขึ้นที่สถานนีธนบุรี ลงที่สถานนีสุดท้าย สถานนีน้ำตก แล้วค่อยต่อรถ 2 แถวไป ราคาประมาณ 150 บาท
ในกรณีโดยสารโดยรถไฟ สามารถเยี่ยมชม สะพานข้ามแม่น้ำแคว ถ้ำกระแซ ทางรถไฟที่สวยที่สุดในประเทศไทย ทางรถไฟสายมรณะ และสุดปลายทาง น้ำตกไทรโยคน้อย
3.ไปสังขละบุรี เวลามีจำกัด ขึ้นรถตู้ดีกว่าค่ะ 5555
เราถึงท่า บขส.ที่จังหวัดกาญจนบุรี ประมาน 10.30 น. เร็วมากกก จากนั้นไปซื้อลูกชิ้นกินร้องท้อง ก็เลยถามทางไปสังขละบุรี
มี 2 ทางเลือกค่ะ
1.ขึ้นรถเมลล์จาก บขส.เลย ราคา 130 บาท
2.ขึ้นรถตู้จาก บขส. ราคาประมาณ 100 ปลายๆ ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ
เราเลือกขึ้นรถเมลล์ เป็นรถลมนะคะ บอกตรงๆว่าชอบมาก5555 ได้กินบรรยากาศรอบทาง
บรรยากาศรถเมลล์
เราเดินทางมาได้ประมาณบ่าย 1 ฝนตกบ้าง หยุดตกบ้าง จนมาถึงอำเภอทองผาภูมิ(นักท่องเที่ยวชอบมาพิชิต สะพานเมฆ เขาช้างเผือกที่อำเภอนี้) ในรถคนลงไปหมดแล้วค่ะ เหลือแค่พวกเรา พี่คนขับบอกว่าจะไม่ไปต่อแล้ว จะปล่อยเราลงตรงทองผาภูมิ แอบเซงนิดหน่อย ฝนก็ตกหนัก ก็เลยขอเงินคืนบางส่วน แล้ววิ่งลงฝ่าฝนไปรอรถตู้แถวๆนั้น
จริงๆสามารถรอรถเมลล์อีกคันได้ค่ะ ประมาน 1 ชม. แต่ไม่ค่อยไว้ใจล่ะ อีกคันมาอาจจะไม่ไปสังขละบุรีก็ได้ เลยไปขึ้นรอรถตู้แถวๆนั้นดีกว่าค่ะ รอรถไปประมาน 40 นาที นานมากกก ถึงได้ขึ้น ราคา 80 บาทส่งถึงสังขละบุรีเลยค่ะ ท่ารถตู้นี้มีไปส่ง ที่ด่านเจดีย์สามองค์ สังขละบุรี และตัวเมืองกาญค่ะ แต่นานมากกจะมาสักคัน
เราถึงสังขละบุรีประมาณ 3 โมงครึ่งค่ะ ระหว่างทางที่มาสังขละบุรีนี่แบบจะอ้วกตลอดทางค่ะ พอดีเป็นคนชอบเมารถ บวกกับเจอโค้งประมาณ 50 โค้งได้ มีทั้งขึ้นเขา ลงเขา สุดจะบรรยาย ส่วนคนอื่นที่หลับในรถไม่มีปัญหาค่ะ หลับสบายมาก เอียงไปตามทางโค้ง5555 เราไม่ค่อยชอบหลับเวลาเดินทางเพราะอยากกินบรรยากาศ5555
สังขละบุรี เป็นเมืองสามหมอก ดินแดนสามวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ขุนเขา และผืนป่า อันสมบูรณ์ เมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมของพี่น้องต่างเผ่าพันธุ์ ทั้งไทย มอญกะเหรี่ยง ลาว พม่า ฯลฯ เป็นเมืองสำคัญแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ สงครามด่านเจดีย์ ทางรถไฟสายมรณะ สังขละบุรีเป็นอำเภอที่ติดต่อกับชายแดนพม่าอำเภอสังขละบุรี มีชาวมอญอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวอำเภอตั้งอยู่บริเวณที่เรียกว่า "สามประสบ" ซึ่งบริเวณที่ลำน้ำสามสาย อันได้แก่ ซองกาเลีย บิคลี่ และรันตี ไหลบรรจบ กันเป็นแม่น้ำแควน้อย
การท่องเที่ยวสังขละบุรีหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวชมธรรมชาติที่งดงาม พักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ซึมซับวิถีชีวิตผู้คนหลากเชื้อชาติภาษา จากท่าเรือฝั่งอำเภอสังขละบุรี เป็นที่ตั้งของชุมชนไทยและกะเหรี่ยง ฝั่งตรงข้ามคือหมู่บ้านมอญ มีบ้านเรือนหลังเล็กๆ หลังคามุงจาก ตั้งเรียงรายตั้งแต่ชายน้ำขึ้นไปถึงเนินเขา ด้านหลังคือเทือกเขาตะนาวศรีที่สลับซับซ้อน วัดวังก์วิเวการามและเจดีย์พุทธคยา ตั้งโดดเด่นมองเห็นแต่ไกล
ในช่วงหน้าหนาวอากาศจะหนาวเย็น มีหมอกปกคลุมเหนือหมู่บ้านและลำน้ำ โอบล้อมด้วยขุนเขา ระหว่างล่องเรือไปตามลำน้ำ จะผ่านเรือนแพที่จอดเรียงรายอยู่ริมน้ำสองฝั่ง ในลำน้ำมียอหาปลาเรียงรายอยู่ตลอดลำน้ำ พ้นจากหมู่บ้านเรือจะแล่นทวนกระแสน้ำขึ้นไปยังแม่น้ำซองกาเลียที่เงียบสงบ สองฝั่งน้ำเป็นผืนป่าเขียวชอุ่ม จากนั้นจะแล่นย้อนกลับมาผ่านสะพานมอญ เลาะเลียบยังแม่น้ำบิคลี่ มองเห็นบ้านเรือนชาวมอญอีกกลุ่มหนึ่ง
จากนั้นมุ่งหน้าสู่ "สามประสบ" จุดบรรจบระหว่างแม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำบิคลี่ แม่น้ำรันตี และแม่น้ำซองกาเลีย ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำแควน้อย ไม่ไกลจากนี้เราก็จะได้ตื่นตากับ "เมืองบาดาล" จากนั้นเรือจะล่องเข้าสู่แม่น้ำรันตี แวะพักชมความงามของหน้าผาหินปูนกว้างใหญ่ มีเพิงหินริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่น สงบเงียบเหมาะแก่การแวะพักรับประทานอาหาร ชมทิวทัศน์ อีกฟากหนึ่งมีบ้านเรือนชาวบ้านลาว-พม่าริมน้ำ ขากลับเรือจะวกกลับจากแม่น้ำรันตี อ้อมผ่านเกาะแก่งกลางน้ำ ลำห้วยสาขาไปออกสู่สะพานมอญอีกครั้ง
การเดินข้ามสะพานไม้ไปเที่ยวฝั่งมอญ ควรไปแต่เช้า เดินไปตามสะพานไม้ที่คดเคี้ยวพลิ้วไหว ในลำน้ำมีเรือชาวบ้านแล่นผ่านไปมา พระอาทิตย์สีส้มดวงโตผุดขึ้นเหนือหมู่บ้าน ท่ามกลางหมอกสีขาว โอบล้อมด้วยขุนเขา บ้านหลังเล็กๆ ปลูกแบบเรียบง่าย เรียงรายอยู่ริมน้ำ ไล่ขึ้นไปถึงเนินเขาเตี้ยๆ ด้านบน ในหมู่บ้านยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมให้เห็น ผู้ชายนุ่งโสร่ง ผู้หญิงใส่เสื้อแขนกระบอก นุ่งผ้าซิ่น ประแป้งสีเหลือง เสียบดอกไม้ที่มวยผม เทินสำรับอาหารไว้แล้วเดินเป็นแถวไปทำบุญที่วัด วัดหลวงพ่ออุตตมะหรือวัดวังก์วิเวการาม เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมอญ ลองเดินชมศิลปกรรมวิจิตรแปลกตาในวัด และเจดีย์พุทธคยา เลือกซื้อของฝากของที่ระลึกในตลาดข้างเจดีย์แล้ว ขากลับแวะไปเที่ยวตลาดมอญ ตลาดสดเล็กๆ ของหมู่บ้าน หรือจะลองชิมอาหารแบบมอญ เลือกซื้อปลาสดๆ จากทะเลสาบ พืชผักพื้นบ้าน ฯลฯ ไปเป็นของฝาก
ขอบคุณข้อมูลจาก http://sangkhlaburi.go.th/main.html
สังขละบุรียามเย็น
เมื่อถึงสังขละบุรี เราเดินผ่านตลาดแล้วถามทางไปสะพานมอญ เดินแอบไกลเหมือนกันนะคะ เมื่อถึงสะพานมอญ เราจึงแวะทานข้าวที่ แพมิตรสัมพันธ์ อันนี้อ่านมาจากพันทิพย์ ว่าอาหารอร่อย ราคาไม่แพง เราสั่งมากับข้าวมา 4 อย่าง ขอบอกเลยว่า หิวมากกกก ไม่ได้แวะทานข้าวเช้าและข้าวกลางวันเลย เดินทางตลอด ประเดิมจานแรกเรียกน้ำย่อย ยำสาวมอญ มีเนื้อไก่ กุ้ง เม็ดมะม่วงหินมพานต์ เครื่องยำต่างๆ มะม่วง หอมแดง ใบสะระแหน่ ผักชีฝรั่ง ฯลฯ อร่อยมากเลย รสชาติจัดจ้านดีค่ะ ราคา 120 บาท
ยำสาวมอญ
ผัดผักกูดน้ำมันหอย มีกระเทียมโรย จานนี้อร่อยดีค่ะ ราคา 60 บาท
ผัดผักกูดน้ำมันหอย
ฉู่ฉี่ปลากด อันนี้ก็โอเคค่ะ ก้างเยอะไปนิด ราคา 150 บาท
ปลาสร้อยแดดเดียว อันนี้อร่อยมากกก กรอบสุดๆ ราคา 80 บาท
หลังทานอาหารเสร็จ เราจึงเดินหาที่พัก ครั้งนี้เราพักที่สังขละกราเด้นท์ค่ะ ราคาห้องละ 1000 บาทต่อคืน ภาพรวมโอเคค่ะ แต่แอบเดินไกลไปนิดจากสะพานมอญ แถมถ้าเดินกลางคืนจะมีบางช่วงมืดๆ ไม่มีไฟ มีทางชันด้วยค่ะ หลังจากเข้าที่พัก เราจึงออกมาเดินเล่นที่บริเวณสะพานมอญ เย็นมากแล้ว สะพานมอญคนเดินเยอะมากค่ะ มีพี่ทหารที่มาช่วยสร้างสะพานมอญด้วย ตอนที่ไปจริงๆแล้ว สะพานมอญซ่อมเสร็จแล้วนะคะ แต่ยังไม่มีพิธีเปิดเป็นทางการ อีกฝั่งของสะพานมอญคือหมู่บ้านมอญ มีของขายเยอะแยะ ทั้งแป้งทานาคาหลายเวอร์ชั่น เครื่องประดับ ผ้า สะโหร่ง กระเป๋าหลายขนาด ร้านอาหาร โจ๊ก(อันนี้ขายช่วงเช้า) ขนมจีนมอญ หยวกกล้วย และอื่นๆอีกมากมาย จริงๆแล้วที่เราเลือกมาวันเสาร์อาทิตย์ก็เพราะว่าอยากจะมาเดินถนนคนเดิน แต่ว่าถนนคนเดินที่สังขละบุรีจะเปิดช่วงเดือน พ.ย. อดเลยย5555 ประมาณ 1 ทุ่มเราจึงเดินทางกลับที่พัก
สังขละบุรียามเย็น
สังขละบุรียามเย็น
สะพานมอญ ยามเย็น
วันรุ่งขึ้น พวกเราตื่นตี 5 ครึ่ง ไปใส่บาตรที่หมูบ้านมอญ คนเยอะมากกกก เราซื้อชุดใส่บาตรจากร้านป้าหยินชุดละ 99 บาท ร้านนี้เมื่อข้ามสะพานมอญมาจะเจอเป็นร้านแรกเลยค่ะ ร้านนี้ขายขนมจีนหยวกกล้วยด้วยค่ะ มีบริการแต่งชุดมอญฟรีด้วยค่ะ ถ้าซื้อชุดใส่บาตรป้าแกแถมโต๊ะเล็กๆเป็นของฝากจากสังขละบุรีด้วยค่ะ
ชุดตักบาตรค่ะ มีหลายหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับกรจัดของแต่ละร้านค่ะ
ชุดตักบาตร
คนต่อคิวใส่บาตรยาวมากกก
หน้าร้านป้าหยินค่ะ
บรรยากาศยามเช้า หมู่บ้านมอญ
โปสการ์ด หมู่บ้านมอญ
น้องคนนี้เก่งจัง
บรรยากาศเดินจากหมู่บ้านมอญมาสักพักค่ะ
บรรยากาศเดินจากหมู่บ้านมอญมาสักพักค่ะ
บรรยากาศเดินจากหมู่บ้านมอญมาสักพักค่ะ
เจดีย์พุทธคยา
เจดีย์พุทธคยา
เจดีย์พุทธคยา
ภายในเจดีย์พุทธคยา
สังขละบุรีถ่ายจากภายในเจดีย์พุทธคยา
ภายในเจดีย์พุทธคยา
ภายในเจดีย์พุทธคยา
เจดีย์พุทธคยา
รอยพระพุทธบาท
ตั้งเหรียญบาท รอยพระพุทธบาท
หลังจากไหว้สักการะที่เจดีย์พุทธคยาเสร็จ เราจึงนั่งวินมอเตอร์ไซด์กลับมาที่หมู่บ้านมอญราคา 20 บาท เพื่อทานอาหารเช้ากันค่ะ มื้อนี้ทานโจ๊กร้อนๆเสริฟพร้อมปาท่องโก๋ กับ ชานมร้อนๆ
ปาท่องโก๋ ตัวละ 5 บาท
ชานมร้อนๆ แก้วละ 15 บาท
โจ๊กร้อนๆ ชามละ 25 บาท
ชาร้อน ฟรี
จากนั้นก็ไปเดินเล่นที่สะพานมอญ และ สะพานลูกบวบกัน สะพานมอญถล่มไปเมื่อปี 56 เพราะน้ำป่าไหลหลาก จากนั้นชาวบ้านจึงทำการสร้างสร้างลูกบวบขึ้นมาเพื่อให้ใช้สัญจรชั่วคราว นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาที่นี่ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากมาเดินสะพานลูกบวบด้วยค่ะ
สะพานมอญ ถ่ายจากสะพานลูกบวบ
สะพานมอญ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
สะพานลูกบวบ
สะพานมอญ
จากนั้นกลับมาที่พักเก็บสัมภาระ ออกจากที่พักเดินทางต่อไปด่านเจดีย์สามองค์ พวกเรานั่งวินมอเตอร์ไซด์ไปที่ท่ารถ 2 แถว ราคา 15 บาท จากนั้นรอรถสักพัก ก็ขึ้นรถ 2 แถวสีเขียวราคา 30 บาท ไปด่านเจดีย์สามองค์ บนรถ 2 แถวเราได้พบกับคนญี่ปุ่น 2 คนเดินทางมาด้วยกัน กำลังจะไปด่านเจดีย์สามองค์ คนญุี่ปุ่นท่านนึง เป็นจิตรกร เค้าเดินทางมา 65 ประเทศ เคยมาประเทศไทย 30 กว่า ไปประเทศเพื่อนบ้านเรามาหมดแล้ว แต่ไปด่านเจดีย์สามองค์เป็นครั้งแรก
ท่ารถ 2 แถวสีเขียว
ท่ารถ 2 แถวสีเขียว
ระหว่างทางไปเจดีย์สามองค์
ระหว่างทางไปเจดีย์สามองค์
พระสยามเทวาธิราช ด่านเจดีย์สามองค์
ด่านเจดีย์สามองค์
ด่านเจดีย์สามองค์
แผนที่ชายแดนไทย-พม่า ด่านเจดีย์สามองค์
ด่านเจดีย์สามองค์
ด่านเจดีย์สามองค์
ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านเจดีย์สามองค์
กำลังจะเข้าพม่าแล้ววว
1. เจดีย์สามองค์เหนือ ฐานกว้าง 9 ศอก สูง 3 วา ยอดหัก
2. เจดีย์องค์ที่สองกลาง ฐานกว้าง 8 ศอก สูง 3 วา ยังบริบูรณ์ไม่ชำรุดแห่งใด
3. เจดีย์สามองค์ที่สาม กว้าง 8 ศอก สูง 3 วา ยังบริบูรณ์ไม่ชำรุดแห่งใด
แต่เดิมเป็นกองหินอยู่สามกอง กองไว้นานเท่าใดไม่ทราบ กองหินสูงเท่าเอว เส้นทางนี้แต่โบราณกาลพวกชาวมอญ กะเหรี่ยง ละว้า พม่า ไทย เดินข้ามไปมาอยู่เสมอระหว่างไทย กับพม่ามีอยู่ ที่เห็นปัจจุบันเป็นศิลปกรรมแบบ มอญ-พม่า ที่สร้างขึ้นใหม่ เมื่อครั้งที่พระศรีสุวรรณคีรี (ทะเจียงโปรย เสคะพันธ์) เจ้าเมืองสังขละบุรีร่วมกับราษภรในพื้นที่ก่อสร้างขึ้นเพื่อสักการะบูชาในปี 2532 เมื่อมีการขุดแต่งของกรมศิลปากรในปี พ.ศ.2546 ได้พบฐานเจดีย์องค์เดิมมาแล้วในสมัยกรุงศรีอยุธยา
กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนพระเจดีย์ 3 องค์ เป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 72 ตอนที่ 2 วันที่ 4 มกราคา พ.ศ.2498
ขอบคุณข้อมูลจาก http://sangkhlaburi.go.th/s03.html
สถานที่แรกที่เราไปกัน คือ วัดเจดีย์ทอง ต้องขึ้นเขาไปค่ะ ระหว่างทางจะเห็นเขาคอนโด ใกล้มาก พี่คนขับรถบอกว่าเป็นของไทยครึ่งเขา พม่าครึ่งเขา เจดีย์ทองจำลองแบบมาจาก เจดีย์ชเวดากอง ในนครย่างกุ้ง
วิวที่เห็นจาก วัดเจดีย์ทอง หลังคาเขียวไกลๆด้านซ้าย คือ บ่อนคาสิโนค่ะ
วัดเจดีย์ทอง เขาด้านหลังคือเขาคอนโด
จากนั้นไปชมวัดเสาร้อยต้น
วัดเสาร้อยต้น
วัดเสาร้อยต้น
ไปเขื่่อน ไม่มีชื่อเขื่อนนะคะ อันที่จริงเมื่อไปแล้วขนาดไม่ใหญ่นะคะ เหมือนเป็นฝายมากกว่าค่ะ มีให้อาหารปลา มีเด็กๆมาขอเงินด้วย 5555
เขื่อน
ให้อาหารปลา
ของแห้ง ตลาดพม่า
บรรยากาศ ในตลาดพม่า
ข้าวหอมมะลิพม่า หุงแล้วยาว
ตลาดพม่า
ร้านขายทอง ตลาดพม่า
บรรยากาศ ตลาดพม่า
ไม้ทานาคาพร้อมที่ฝน ชุดละ 100 บาท
แป้งทานาคา หลากหลายเวอร์ชั่น
หลังจากนั้นเราจึงกลับเข้ามาฝั่งไทย ไปขึ้นรถตู้เข้าตัวเมืองกาญราคา 185 บาท กว่ารถจะออกก็ บ่าย 1 45 นาที เราถึงตัวเมืองกาญ 5 โมงครึ่ง จากนั้นต่อรถตู้ถึง กรุงเทพประมาณ 2 ทุ่ม ครึ่งค่ะ
จบแล้ววว

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น